วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

1.ถ้าหากเราจะใช้ ICT ในการส่งเสริมการเรียนภาษาอังกฤษจะมีวิธีการกลยุทธ์ โครงการอย่างไร และท่านคิดอย่างไรว่ากลยุทธ์ โครงการดังกล่าวที่ท่านเสนอจะเหมาะสมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทั้งนี้ ให้ระบบขั้นตอนวิธีการที่จะได้มาซึ่งกลยุทธ์และโครงการที่ท่านนำเสนอ
ตอบ

  • ขั้นตอนแรกเราต้องสำรวจก่อนว่านักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีความสนใจต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากน้อยเพียงใด ถ้าเราทำโครงการจะมีนักศึกษามากน้อยเพียงใด
  • ขั้นตอนที่ 2 อยากนั้นเมื่อเราทราบความต้องการแล้วว่านักศึกษาต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษเราก็ทำโครงการสร้างเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และสร้างกิจกรรมโปร
    โมทเว็บไซต์โดยการ ให้รางวัลแก่นักศึกษาคนที่เข้าไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษและผ่านเกณฑ์และ
    และนักศึกษาที่เข้าไปเรียนในเว็บไซต์บ่อยที่สุด

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

งานครั้งที่7

(1) มหาวิทยาลัยควรจะมีกลยุทธ์และวิธีการอย่างไรในการที่จะให้นักศึกษาและอาจารย์ได้รับทราบข้อดีและข้อเสียของการใช้ E-book ในการเรียนการสอน

  • ในขั้นตอนแรกต้องเริ่มที่อาจารย์โดยให้อาจารย์ทำสื่อการสอนแต่ละรายวิชาที่ทำจาก e-book เพื่อให้นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดสื่อการสอนที่เป็นหนังสือ e-book ไปอ่านล่วงหน้าก่อนที่จะอาจารย์จะสอน เมื่ออาจารย์ได้ทดลองใช้แล้วและได้ศึกษาถึงข้อดีข้อเสียของหนังสือ e-book ต่อจากนั้นก็จัดกิจกรรมให้นักศึกษาทำหนังสือ e-book ที่ตนเองสนใจพร้อมทั้งอธิบายข้อดีข้อเสียของ e-book ให้กับนักศึกษา หลังจากนักศึกษาทำหนังสือ e-book ก็ให้นำขึ้นเผยแพร่โดยนำขึ้นเว็บ จากนั้นก็ให้เพื่อนๆดาวน์โหลดหนังสือที่สนใจไปอ่านได้และบอกต่อกับเพื่อนๆถึงข้อดีและข้อเสียของ e-book

(2) ถ้าหากว่าท่านได้รับการเลือกเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ E-book ท่านคิดว่าจะได้อย่างไรถึงจะสามารถทำให้มียอดขายจำนวนมากที่สุด

  • จัดกิจกรรมโปรโมทสินค้า ตัวอย่างเช่น การตอบปัญหาเกี่ยวกับ e-book เพื่อชิงรางวัล พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงรายละเอียดต่างๆ เช่น ประโยชน์ของ e-book ,ลักษณะของ e-book และวิธีการสร้าง e-book
    พร้อมทั้งโปรโมทบริษัทที่เราจำหน่ายสินค้า และเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าของเรา เราก็มีสินค้าสัมมนาคุณให้แก่ลูกค้า หรือลดราคาสินค้าในช่วงที่เรากำลังจัดกิจกรรมครั้งนี้
  • เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา เราก็แนะนำวิธีการใช้งานให้ลูกค้าฟรี และให้บริการหลังการค้าฟรี


วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

งานครั้งที่ 6

1. suriyan chantra คืออะไร


  • สุริยัน(suriyan) เป็นลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์สำหรับ SMEs ที่ติดตั้งได้ง่าย และติดตั้งค่าต่างๆเป็น default ให้แล้ว มีรากฐานมาจากเดเบียน สามารถ apt-get แล้วกลายเป็นเดเบียนได้ทันที กลุ่มเป้าหมายหลักคือ ธุรกิจ SMEs ที่ยังไม่ได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้มากนัก(อาจแค่พิมพ์งานหรือทำบัญชี)

  • จันทรา(chantra) เป็นชุด software opensource บนวินโดวส์ที่ SIPA ได้คัดเลือกแล้วว่ามีความสามารถพอใช้ทดแทน software แบบเดิมๆได้ เป้าหมายคือเผยแพร่ opensource ไปยังบุคคลทั่วไป โดยจะแจกในรูปแบบ cd พร้อมคู่มือเล็กน้อยแบบ booklet จำนวนค่อนข้างมากพอสมควร

2. SIPA ได้สร้าง animation ชื่อว่าอะไร

  • โครงการ SIPA Animation contest 2009 เป็นการประกวดผลงานด้าน animation โดยสำนังานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2006 จากโครงการเดิมคือ SIPA Pitch ตั้งแตปี 2006 จนกระทั้งถึงปี 2008 และปีนี้ โดยได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 สาย ได้แก่ สายด้าน animation ใช้ชื่อ SIPA Animation Contest 2009 และสายงานด้านเกมส์ ใช้ชื่อ SIPA Game Contest 2009 เพื่อขยายกลุ่มไปยังนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจเข้าร่วมส่งผลงานมากขึ้น

ซึ่งรูปแบบการแข่งขัน SIPA Animation contest 2009 แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อได้แก่

  1. Animation fro Pre-school แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ นักเรียน-นักศึกษาและประเภทบุคคลทั่วไป
  2. Animation for Teen แบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่ นักเรียน-นักศึกษา และบุคคลทั่วไป
  3. การประกวดออกแบบ Character Desigh
  4. การประกวดผลงานด้าน E-learning

3. เว็บไซต์ที่สอนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

งานครั้งที่5

1. จงอธิบายความแตกต่างของความรู้ ภูมิปัญญา และวิสัยทัศน์


  • ความรู้ (Knowledge) เป็นพฤติกรรมขั้นต้นที่ผู้เรียนรู้เพียงแต่เกิดความจำได้ โดยอาจจะเป็นการนึกได้หรือโดยการมองเห็น ได้ยิน จำได้ ความรู้ในชั้นนี้ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับคำจำกัดความ ความหมาย ข้อเท็จจริง กฎเกณฑ์ โครงสร้างและวิธีแก้ไขปัญหา ส่วนความเข้าใจอาจแสดงออกมาในรูปของทักษะด้าน “การแปล” ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการเขียนบรรยายเกี่ยวกับข่าวสารนั้น ๆ โดยใช้คำพูดของตนเอง และ “การให้ความหมาย” ที่แสดงออกมาในรูปของความคิดเห็นและข้อสรุป รวมถึงความสามารถในการ “คาดคะเน” หรือการคาดหมายว่าจะเกิดอะไรขึ้น(ประภาเพ็ญ สุวรรณ อ้างถึงในอักษร สวัสดี 2542, 26)
    ความรู้ตามระดับต่าง ๆ รวม 6 ระดับ
    1. ความรู้ (Knowledge) หมายถึง การเรียนรู้ที่เน้นถึงการจำและการระลึกได้ถึงความคิด วัตถุ และปรากฏการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นความจำที่เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ที่เป็นอิสระแก่กัน ไปจนถึงความจำในสิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อนและมีความสัมพันธ์ระหว่างกัน
    2. ความเข้าใจหรือความคิดรวบยอด (Comprehension) เป็นความสามารถทางสติปัญญาในการขยายความรู้ ความจำ ให้กว้างออกไปจากเดิมอย่างสมเหตุสมผล การแสดงพฤติกรรมเมื่อเผชิญกับสื่อความหมาย และความสามารถในการแปลความหมาย การสรุปหรือการขยายความสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
    3. การนำไปปรับใช้ (Application) เป็นความสามารถในการนำความรู้ (knowledge) ความเข้าใจหรือความคิดรวบยอด (comprehension) ในเรื่องใด ๆ ที่มีอยู่เดิม ไปแก้ไขปัญหาที่แปลกใหม่ของเรื่องนั้น โดยการใช้ความรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกับความคิดรวบยอดมาผสมผสานกับความสามารถในการแปลความหมาย การสรุปหรือการขยายความสิ่งนั้น
    4. การวิเคราะห์ (Analysis) เป็นความสามารถและทักษะที่สูงกว่าความเข้าใจ และการนำไปปรับใช้ โดยมีลักษณะเป็นการแยกแยะสิ่งที่จะพิจารณาออกเป็นส่วนย่อย ที่มีความสัมพันธ์กัน รวมทั้งการสืบค้นความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ เพื่อดูว่าส่วนประกอบปลีกย่อยนั้นสามารถเข้ากันได้หรือไม่ อันจะช่วยให้เกิดความเข้าใจต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างแท้จริง
    5. การสังเคราะห์ (Synthesis) เป็นความสามารถในการรวบรวมส่วนประกอบย่อย ๆ หรือส่วนใหญ่ ๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นเรื่องราวอันหนึ่งอันเดียวกัน การสังเคราะห์จะมีลักษณะของการเป็นกระบวนการรวบรวมเนื้อหาสาระของเรื่องต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างรูปแบบหรือโครงสร้างที่ยังไม่ชัดเจนขึ้นมาก่อน อันเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ภายในขอบเขตของสิ่งที่กำหนดให้
    6. การประเมินผล (Evaluation) เป็นความสามารถในการตัดสินเกี่ยวกับความคิด ค่านิยม ผลงาน คำตอบ วิธีการและเนื้อหาสาระเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยมีการกำหนดเกณฑ์ (criteria) เป็นฐานในการพิจารณาตัดสิน การประเมินผล จัดได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สูงสุดของพุทธิลักษณะ (characteristics of cognitive domain) ที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจ การนำไปปรับใช้ การวิเคราะห์และการสังเคราะห์เข้ามาพิจารณาประกอบกันเพื่อทำการประเมินผลสิ่งหนึ่งสิ่งใด

  • ภูมิปัญญา(Wisdom ) หมายถึง ความรู้ความสามารถ วิธีการผลงานที่คนไทยได้ค้นคว้า รวบรวม และจัดเป็นความรู้ ถ่ายทอด ปรับปรุง จากคนรุ่นหนึ่งมาสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จนเกิดผลิตผลที่ดี งดงาม มีคุณค่า มีประโยชน์ สามารถนำมาแก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตได้แต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชนไทย ล้วนมีการทำมาหากินที่สอดคล้องกับภูมิประเทศ มีผู้นำที่มีความรู้ มีฝีมือทางช่าง สามารถคิดประดิษฐ์ ตัดสินใจแก้ปัญหาของชาวบ้านได้ ผู้นำเหล่านี้ เรียกว่า ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้ทรงภูมิปัญญาไทย
    ซึ่งมีลักษณะหลายรูปแบบดั้งนี้
    1. ภูมิปัญญาไทย
    2. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • วิสัยทัศน์ ( Vision ) เป็นคำที่นิยมใช้เพื่อสื่อความหมายในลักษณะเดียวกับคำว่าจินตภาพ ญาณทรรศน์ และทัศนภาพ( Vision ) มีคำนิยามตามพจนานุกรมว่า พลังแห่งการมองเห็น จินตนาการ การมองไปข้างหน้า การเข้าใจความจริงบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง สิ่งที่มองเห็นด้วยตาของของ หรือพลังแห่งจินตนาการมีผู้ให้คำนิยามคำว่า วิสัยทัศน์ ( Vision ) แตกต่างกันออกไปหลายความหมายเช่น หมายถึง การมองการณ์ไกลการมองเห็นถึงขอบเขตลักษณะการมองเห็นแบบหยั่งรู้การรู้จักมองไปข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพิจารณาจากคำนิยามข้างต้น พอสรุปได้ว่า วิสัยทัศน์ ( Vision ) หมายถึง ศักยภาพของบุคคลในการหยั่งรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นการสร้างภาพอนาคตเพื่อกำหนดเป้าหมายการทำงาน โดยอาศัยข้อมูลข้อเท็จจริงหรือความรู้และพลังแห่งการจินตนาการ
    องค์ประกอบของวิสัยทัศน์ 3 ประการ
    1. ภารกิจ ( Mission ) คืองานที่หน่วยงาน องค์การ โรงเรียน วิทยาลัยหรือสถานศึกษารับผิดชอบอยู่เป็นหน้าที่หลักของสถานศึกษาแห่งนั้น ๆในแก่นสำคัญ ซึ่งก็คือวิสัยทัศน์ที่สถานศึกษาต้องการเป็นและต้องการให้มีขึ้น
    2. สมรรถภาพที่เป็นจุดแข็งแกร่ง ( Capacity ) หรือเป็นจุดเด่นของสถานศึกษาที่ทำให้สถานศึกษาประสบความสำเร็จและมีข้อได้เปรียบในเชิงการแข่งขันหรือเชิงบริหาร ซึ่งก็หมายถึงสิ่งที่ทำให้สถานศึกษาทำได้ดีกว่าคนอื่น เป็นกิจกรรมหรือสมรรถนะเชิงการแข่งขันที่เหนือกว่า
    3. ค่านิยม ( Value ) คือคุณค่า ความเชื่อ หรือปรัชญาของสถานศึกษา เป็นคุณค่าและความเชื่อกว้างๆว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติในการทำงาน ซึ่งจะถูกยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานระดับของวิสัยทัศน์

2. หลังจากที่เข้าไปอ่านบทความในบล็อก จงอธิบายกลยุทธ์ของผู้ประกอบการว่าคืออะไร

กลยุทธ์ของผู้ประกอบการ คือ ผู้ประกอบการจะต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข กิจการของตนเองให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันโดยต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ และต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่าที่สุด เนื่องจากในปัจจุบันนั้นมีร้านค้าต่างๆมากมายตัวอย่างเช่น ร้าน seven ที่เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าทุกอย่างและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ร้านค้าทั่วไปหรือร้านขายของชำ ขายสินค้าได้น้อยลงเพราะลูกค้าส่วนใหญ่นิยมไปซื้อสินค้าจากร้าน seven เนื่องจากมีสินค้าให้เลือกมากมายและเปิดตลอดเวลา ดั้งนั้นร้านค้าทั่วไปที่ต้องการอยู่รอดในปัจจุบัน ต้องเปลี่ยนมาทำเป็นร้านค้าที่ขายสินค้าที่หลากหลายดังตัวอย่างที่อ่านในบล็อกคือ เปิดร้านขายของชำ และขายก๋วยเตี่ยวไปด้วย